單集摘要
10 ก.ย. 69 - มองตนจนพ้นทุกข์ : นโปเชบอกว่าช่วงที่ท่านรู้สึกแย่หรือรู้สึกกลัวคือ การที่ท่านมีความโกรธคนที่ทรมานท่าน เป็นคำตอบที่ประหลาดมาก เพราะว่าแทนที่ท่านจะบอกว่าช่วงที่ท่านรู้สึกแย่ คือช่วงที่ท่านถูกทรมาน ถูกบีบขมับ ถูกทำร้าย ท่านกลับบอกว่าเป็นช่วงที่ท่านโกรธคนที่มาทรมานท่าน เพราะท่านรู้ว่าคนที่ทรมานท่าน ทำร้ายท่านก็ทำร้ายได้แต่กาย แต่ทำให้ท่านทุกข์ใจไม่ได้ แต่เมื่อใดก็ตามที่ท่านโกรธคนเหล่านั้นท่านก็จะทุกข์ใจ คนเหล่านั้นทำได้เพียงทำร้ายร่างกาย แต่ตั้งใจทำให้ท่านทุกข์ไม่ได้ แต่ท่านโกรธเมื่อไรท่านก็จะทุกข์เมื่อนั้นเลย ท่านอาจจะมีเหตุผลอื่นด้วย เช่น พอโกรธแล้วจิตก็จะคิดร้าย ซึ่งทำให้อยากจะผิดศีล ทำร้ายตอบโต้กลับคืน หรือพูดร้ายซึ่งก็เป็นการซ้ำเติมเพิ่มทุกข์ให้ตัวท่านเอง แต่เหตุผลสำคัญคือถ้าท่านไม่โกรธ ท่านก็จะทุกข์แต่กาย แต่ว่าใจไม่ทุกข์ อันนี้ก็เป็นอุทาหรณ์ที่ดีเลยว่าจริงๆ แล้วไม่มีใครทำให้เราทุกข์ใจได้ หรือไม่มีใครทำร้ายใจเราได้ถ้าเราไม่ยินยอม อันนี้คานธีเคยพูดไว้ "ไม่มีใครทำร้ายข้าพเจ้าได้ ถ้าข้าพเจ้าไม่ยินยอม" เราก็เห็นตำรวจอังกฤษและตำรวจอินเดียทุบตีคานธี แต่ก็ทำร้ายท่านได้แต่กาย…
10 ก.ย. 69 - มองตนจนพ้นทุกข์ : นโปเชบอกว่าช่วงที่ท่านรู้สึกแย่หรือรู้สึกกลัวคือ การที่ท่านมีความโกรธคนที่ทรมานท่าน เป็นคำตอบที่ประหลาดมาก เพราะว่าแทนที่ท่านจะบอกว่าช่วงที่ท่านรู้สึกแย่ คือช่วงที่ท่านถูกทรมาน ถูกบีบขมับ ถูกทำร้าย ท่านกลับบอกว่าเป็นช่วงที่ท่านโกรธคนที่มาทรมานท่าน เพราะท่านรู้ว่าคนที่ทรมานท่าน ทำร้ายท่านก็ทำร้ายได้แต่กาย แต่ทำให้ท่านทุกข์ใจไม่ได้ แต่เมื่อใดก็ตามที่ท่านโกรธคนเหล่านั้นท่านก็จะทุกข์ใจ คนเหล่านั้นทำได้เพียงทำร้ายร่างกาย แต่ตั้งใจทำให้ท่านทุกข์ไม่ได้ แต่ท่านโกรธเมื่อไรท่านก็จะทุกข์เมื่อนั้นเลย ท่านอาจจะมีเหตุผลอื่นด้วย เช่น พอโกรธแล้วจิตก็จะคิดร้าย ซึ่งทำให้อยากจะผิดศีล ทำร้ายตอบโต้กลับคืน หรือพูดร้ายซึ่งก็เป็นการซ้ำเติมเพิ่มทุกข์ให้ตัวท่านเอง แต่เหตุผลสำคัญคือถ้าท่านไม่โกรธ ท่านก็จะทุกข์แต่กาย แต่ว่าใจไม่ทุกข์ อันนี้ก็เป็นอุทาหรณ์ที่ดีเลยว่าจริงๆ แล้วไม่มีใครทำให้เราทุกข์ใจได้ หรือไม่มีใครทำร้ายใจเราได้ถ้าเราไม่ยินยอม อันนี้คานธีเคยพูดไว้ "ไม่มีใครทำร้ายข้าพเจ้าได้ ถ้าข้าพเจ้าไม่ยินยอม" เราก็เห็นตำรวจอังกฤษและตำรวจอินเดียทุบตีคานธี แต่ก็ทำร้ายท่านได้แต่กาย…
單集
25690910pm--มองตนจนพ้นทุกข์
已收聽10 ก.ย. 69 - มองตนจนพ้นทุกข์ : นโปเชบอกว่าช่วงที่ท่านรู้สึกแย่หรือรู้สึกกลัวคือ การที่ท่านมีความโกรธคนที่ทรมานท่าน เป็นคำตอบที่ประหลาดมาก เพราะว่าแทนที่ท่านจะบอกว่าช่วงที่ท่านรู้สึกแย่ คือช่วงที่ท่านถูกทรมาน ถูกบีบขมับ ถูกทำร้าย ท่านกลับบอกว่าเป็นช่วงที่ท่านโกรธคนที่มาทรมานท่าน เพราะท่านรู้ว่าคนที่ทรมานท่าน ทำร้ายท่านก็ทำร้ายได้แต่กาย แต่ทำให้ท่านทุกข์ใจไม่ได้ แต่เมื่อใดก็ตามที่ท่านโกรธคนเหล่านั้นท่านก็จะทุกข์ใจ คนเหล่านั้นทำได้เพียงทำร้ายร่างกาย แต่ตั้งใจทำให้ท่านทุกข์ไม่ได้ แต่ท่านโกรธเมื่อไรท่านก็จะทุกข์เมื่อนั้นเลย ท่านอาจจะมีเหตุผลอื่นด้วย เช่น พอโกรธแล้วจิตก็จะคิดร้าย ซึ่งทำให้อยากจะผิดศีล ทำร้ายตอบโต้กลับคืน หรือพูดร้ายซึ่งก็เป็นการซ้ำเติมเพิ่มทุกข์ให้ตัวท่านเอง แต่เหตุผลสำคัญคือถ้าท่านไม่โกรธ ท่านก็จะทุกข์แต่กาย แต่ว่าใจไม่ทุกข์ อันนี้ก็เป็นอุทาหรณ์ที่ดีเลยว่าจริงๆ แล้วไม่มีใครทำให้เราทุกข์ใจได้ หรือไม่มีใครทำร้ายใจเราได้ถ้าเราไม่ยินยอม อันนี้คานธีเคยพูดไว้ "ไม่มีใครทำร้ายข้าพเจ้าได้ ถ้าข้าพเจ้าไม่ยินยอม" เราก็เห็นตำรวจอังกฤษและตำรวจอินเดียทุบตีคานธี แต่ก็ทำร้ายท่านได้แต่กาย…
25690909pm--ความสงบที่ควรรู้จัก
已收聽เนื้อหาธรรมะเกี่ยวกับการฝึกสติและการสร้างความสงบในจิตใจ โดยเน้นย้ำว่าการปฏิบัติไม่จำเป็นต้องบังคับจิตให้หยุดฟุ้งซ่าน แต่ควรใช้สติในการรับรู้สภาวะที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริง ผู้บรรยายชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างความสงบแบบตัดการรับรู้ซึ่งมีความเปราะบาง กับความสงบที่เกิดจากการรู้เท่าทันความคิดและอารมณ์ ซึ่งเป็นความสงบที่ยั่งยืนกว่า นอกจากนี้ยังมีการยกตัวอย่างเรื่องราวของหลวงปู่ชาเพื่อประกอบคำสอนเรื่องการไม่นำจิตไปจดจ่อกับสิ่งเร้าภายนอก เช่น เสียงดังรบกวน โดยชี้ให้เห็นว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่เสียง แต่อยู่ที่การที่เราเอาหูไปรองรับเสียงนั้นด้วยความไม่รู้เท่าทัน สาระสำคัญมุ่งเน้นไปที่การฝึกสติให้เป็นเสมือนวัคซีนที่ช่วยให้จิตใจสามารถเผชิญกับความทุกข์และความเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นคง
25690908pm--ช่วยให้สติรู้ทันความหลง
已收聽เนื้อหาเกี่ยวกับการฝึกจิตและการเจริญสติโดยเน้นหลักการไม่บังคับจิต ซึ่งแตกต่างจากการปฏิบัติที่มุ่งเน้นความสงบหรือการเพ่งเพียงอย่างเดียว ผู้บรรยายอธิบายถึงวิธีการใช้ความคิดและอารมณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเสมือนคู่ซ้อมในการพัฒนาสติ เพื่อให้เกิดความจำในลักษณะของสภาวะธรรม หรือที่เรียกว่าทิฏฐิสัญญา นอกจากนี้ยังมีการเปรียบเทียบการฝึกสติกับการฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางใจ โดยเน้นการสร้างเหตุปัจจัยให้ความคิดอ่อนกำลังลงผ่านการลดการรับข้อมูลจากภายนอก เพื่อให้สติสามารถรู้เท่าทันอารมณ์ที่มากระทบได้อย่างรวดเร็วและไม่ถูกครอบงำ
25690907pm--เตรียมใจให้สติเติบโต
已收聽เนื้อหาพอดแคสต์นี้พูดถึงเรื่องการฝึกสติเพื่อเป็นเครื่องป้องกันจิตใจจากอารมณ์และความทุกข์ โดยเปรียบเทียบสติเหมือนกับหลังคาที่ช่วยกันฝนไม่ให้เราเปียก แม้เสียงฝนจะกระทบหูแต่ถ้ามีสติเราก็จะไม่เกิดความหงุดหงิดหรือความทุกข์จากการให้ค่าแก่สิ่งที่มากระทบ ผู้พูดได้จำแนกสติออกเป็นสองประเภท คือ สติที่เป็นความระลึกได้ถึงสิ่งที่เรียนรู้มา (เช่น การจำคำสอนหรือคำศัพท์) และสัมมาสติที่ช่วยให้เห็นเท่าทันอารมณ์และความคิด เพื่อไม่ให้จมดิ่งไปกับความโกรธหรือความเศร้า โดยเน้นย้ำว่าการฝึกสติไม่ใช่การบังคับจิต แต่เป็นการสร้างสภาวะและโอกาสให้สติได้ทำงานและพัฒนาขึ้นเองผ่านการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง
25690906pm--ทำความดีอย่าลืมความจริง
已收聽เนื้อหาเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรมที่เน้นย้ำว่านอกจากควรทำความดี (คุณธรรม) แล้ว ยังต้องเข้าใจความจริงของโลก (สัจธรรม) เพื่อไม่ให้เกิดความทุกข์จากการคาดหวังว่าสิ่งดีๆ จะต้องเกิดขึ้นกับเราเสมอไป